 |
| ด้วยนโยบาย 300 บาท คงเป็นผลกระทบตัวใหม่ต่ออาชีพเกษตร ทำสวย ทำไร่ |
วันนี้อ่านข่าวนี้แล้วใจหาย "ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (20พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ขึ้นค่าแรง 300 บาท ทั่วประเทศ โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 นี้เป็นต้นไป หลังได้นำร่องทดลองไปแล้ว 7จังหวัด"
 |
| เงินที่ใครๆ อยากได้มากขึ้นทุกวันๆ |
คงจะเป็นข่าวดีสำหรับหลายคน ที่จะได้เงินเดือนเพิ่ม แต่สำหรับผมแล้วไม่เลย ต้นทุนผมสูงขึ้นเป็นเท่าตัว จากเดิมผมจ้างคนรายวัน 200 บาทแต่ต้นปีหน้าต้องเป็น 300 บาท กับราคาผลผลิตที่ยังเท่าเดิม จากเดิมจ้างคนงาน 5 คนๆละ 200 เป็นเงิน 1000 บาท แต่ปีหน้า จ้างคน 5 คนทำงานเท่าเดิม เวลาเท่าเดิมต้องจ่าย 1500 คิดว่าเยอะนะ ใหนจะค่าน้ำมัน ค่าอาหาร หรือแม้แต่เช่ารถรับจ้างในการขนของ ปีหน้าหลายๆ อย่างคงแพงน่าดู แต่ขอให้ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาขึ้นสัก 2 บาทต่อกิโล จากราคาปีนี้ ก็คงอยู่ได้ แต่ถ้าไม่เป็นดังนั้น ขาดทุนแน่นอน ถามว่าถ้าขาดทุน 3 ปีซ้อน จะเกิดอะไรขึ้น เกษตรกรในประเทศนี้คงลดไปอีก 50% จากเดิมแน่นอนนโยบายนี้คงไม่เป็นนโยบายแฝงให้คนไทยเป็นหนี้นะ อย่างผมถ้าขาดทุนทุกปี กู้เงินในระบบไม่ได้เพราะไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันเงินกู้ใครละจะให้ อัตราการเป็นหนี้นอกระบบของคนไทยคงจะสูงขึ้นด้วยแน่นอน ผลกระทบทุกคนได้รับแน่ไม่มาก ก็คงไม่น้อยแล้วละ แย่ แย่ การคิดเรื่องทุนสำหรับปีหน้าต้องเพิ่มอีก จะให้เกลียดรัฐบาลก็คงไม่ได้ เค้าคงดิดมาดี แต่ผลกระทบนี้ซิโหดน่าดู
มีความรู้สึกเศร้าปนดีใจกับเสียใจมองภาพไม่ออกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ในข่าวบอกว่าตั้งรองนายกกิตติรัตน์เป็นคนดูแล ถามว่าผมจะเบิก 100 จากค้าแรงต่อ 1 คนได้หรือเปล่า เพราะ 200 ก็แย่แล้วละท่านนายก อยากถามว่าถ้าผมมีปัญหาเรื่องค่าแรง คนระดับเกษตรกรใครจะช่วยจัดการ ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด คงมีเกษตรกรอีกเยอะต้องกังวลเรื่องนี้แน่นอน จากการที่จะแปรรูปผลผลิตก็ต้องใช้แรงงานเพิ่มอีกจากเดิมที่ขายแต่เป็นวัตถุดิบ กระทบให้ราคาสินค้าที่แปรรูปแพงขึ้น ทั้งนี้ความต้องการรวมก็ยังเท่าเดิม ใช่ว่าคนไทยจะกินกันเพิ่มจาก 3 มื่อเป็น 6 มื่อซะเมื่อใหร่ละถ้ารูปแบบความต้องการเพิ่มอย่างนี้ก็เห็นด้วยที่จะเพิ่มค่าแรง เชื่อว่าสิ่งนี้ส่งเสริมด้านอุตสหกรรมมากกว่าผลักดันให้คนทำงานในระบบนี้ได้รับเงินเพิ่ม และใช้จ่ายในเรื่องของสิ่งของสมัยนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่การบริโภคด้านเกษตรเท่าเดิม จึงมองว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อด้านเกษตรเลยสักนิดกับนโยบายนี้ ต้องดูกันยาวๆ หลายๆ ปีว่าไปได้หรือไม่ รอดูต่อไป อยากเอาคำพูดของนางงามรัสเซียมาฝากให้คิด คงจะเข้ากับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน "ผู้เข้าประกวด Miss Earth ชาวรัสเซียคนนี้มีชื่อว่า น.ส.นาตาเลีย เปเรเวอร์เซว่า (Natalia Pereverzeva) วัย 24 ปี เธอได้ตอบคำถามที่กรรมการถามว่า “คุณภูมิใจอะไรในประเทศของคุณ” เธอเริ่มต้นคำตอบอย่าสวยงาม ด้วยการตอบว่า รัสเซียเป็นประเทศที่อบอุ่น มีวัวให้นมดี มีสมนุไพรมากมาย และแสงแดดอบอุ่น ก่อนจะตามมาด้วยคำตอบเกรี้ยวกราดน่าตกใจที่ว่า แต่กระนั้นรัสเซียเป็นประเทศที่ยากจน ผู้คนโลภอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ไร้ความซื่อสัตย์ เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อประชาชน รัสซียเป็นขอทาน เป็นประเทศที่ไม่สามารถช่วยเหลือคนแก่หรือเด็กกำพร้าได้ เหมือนเรือที่กำลังจะจม อาชีพสำคัญอย่างวิศกร แพทย์ หรือครูก็อยู่ไม่ได้เพราะไม่รู้จะทำมาหากินอะไร
นอกจากนี้ เธอยังกล่าวอีกว่า รัสเซียเป็นผู้ชนะล้มลัทธิฟาสซิสม์ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรประชาชนนับล้านเลย สิ่งเดียวที่รัสเซียจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ คือจะต้องเรียนรู้และแสดงความสามารถที่ดีที่สุดออกมา ต้องพัฒนาการอ่าน การฟังดนตรี และสนใจในวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ด้วย ซึ่งหากเราเริ่มดูแลประเทศตัวเองอย่างจริงจัง ประเทศก็จะถึงคราวสดใสเบ่งบาน"
 |
| อาชีพอย่างเราได้รับผมกระทบอย่างนัก แต่รัฐบาลคงไม่คิดถึงเรา |
โชคดีประเทศไทย ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันของเรา
No comments:
Post a Comment